10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ

10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จาก King’s Bangkok

1. เปิดใจรับฟัง เข้าใจปัญหา มีความยืดหยุ่น เนื่องด้วยแต่ละครอบครัวมีเงื่อนไขและความต้องการไม่เหมือนกัน โรงเรียนจึงต้องเปิดใจรับฟังและตั้งคำถามถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของการเรียนรู้ของเด็กและความต้องการของพ่อแม่ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถสร้างระบบการเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุด

2. กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องโดยยังรักษาความสุขของทุกคนในครอบครัว สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ โรงเรียนจึงควรกำหนดรายละเอียดในการสอนออนไลน์โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องและให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขไปพร้อมๆ กัน โดยหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดทั้งต่อเด็กและผู้ปกครอง

3. Sharing คือสิ่งสำคัญ เน้นการ Sharing องค์ความรู้และประสบการณ์จากบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง

4. ทลายข้อจำกัดในทุกๆ ด้าน โรงเรียนควรพยายามทำความเข้าใจในข้อจำกัดต่างๆ อาทิ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการเรียน และลดความยุ่งยากในการจัดหาของผู้ปกครอง ทั้งในเรื่องอุปกรณ์ IT การสอนวิธีการใช้งาน และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนสำหรับเด็กๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุด และเป็นการลดภาระของผู้ปกครอง

5. การสอนสดมากที่สุดแม้จะต้องทำงานหนักมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการให้เด็กเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของการออกแบบการเรียนรู้ และเด็กๆ จะใส่ใจพร้อมเรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้รับการอธิบายจากครูเป็นกลุ่มเล็กๆ ดังนั้น โรงเรียนจึงควรแบ่งห้องเรียนใหญ่เป็นห้องย่อย เพื่อให้สามารถสอนสดและสามารถสร้างความมีส่วนร่วมไปจนถึงรู้ได้ถึงพัฒนาการนักเรียนของเขาได้อย่างใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่น ที่ King’s Bangkok คุณครูจะต้องทำงานหนักมากเนื่องจากต้องสอนในบทเรียนเดิมๆ ถึง 3-4 รอบ และยังจะต้องตรวจการบ้านทุกคนภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะได้รับการดูแลที่สามารถพัฒนาพวกเขาได้จริงๆ

6. สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ การทำให้เด็กๆ รู้สึกเหมือนตอนอยู่โรงเรียนจะช่วยให้กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ยกตัวอย่างที่ King’s Bangkok ให้เวลาในช่วงการเข้าเรียนและเวลาเลิกเรียน เป็นเวลาที่ทำให้เด็กๆ ได้มาเจอครู เจอเพื่อน และมีปฏิสัมพันธ์เฉกเช่นเดียวกับเวลาที่มาโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีการให้เด็กๆ ลุกมาแต่งตัวตอนเช้า และในช่วงต่างๆ ก็จะมีครูใหญ่แวะเวียนมาทักทายในแต่ละชั้นเรียนออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อเด็กๆ ได้มาโรงเรียน

7. เน้นสร้างความสมดุล เพื่อช่วยลดผลกระทบของการอยู่หน้าจอที่นานเกินไป และตระหนักถึงภาวะกดดันที่อาจจะเกิดจากความเปลี่ยนแปลงต่อเด็กๆ ดังนั้น คุณครูจึงจำกัดระยะเวลาในการเรียนให้เป็นไปตามวัยที่สมควร และให้มีช่วงเวลาที่นักเรียนได้หยุดจากจอเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อนกลับมาเรียนต่อในชั้นเรียนออนไลน์ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะไม่ต้องรับความกดดันจนเกินไป

8. การอยู่หน้าจอต้องท้าทายและแปลกใหม่ เด็กๆ อาจจะมีความเบื่อหน่ายกับสิ่งต่างๆ ดังนั้น เมื่อต้องให้พวกเขาเรียนรู้ผ่านหน้าจอ คุณครูของเราจึงต้องทุ่มเทและคิดค้นวิธีการเรียนที่น่าสนใจมากขึ้นไปทุกวัน ตัวอย่างเช่น แผนกกีฬาที่ผลิตสื่อวีดีโอใหม่ในทุกวัน แม้การพัฒนาร่างกายส่วนต่างๆจะมีมาตรฐานที่ถูกกำหนดมาแล้ว แต่ก็เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกในการติดตามชมและออกกำลังกาย นอกจากนี้ โรงเรียนยังต้องการสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในเด็กๆ จึงมีการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งกิจกรรมระหว่าง House เป็นต้น

9. รักษาสภาพจิตใจทั้งครูและนักเรียน ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนย่อมต้องการกำลังใจ ดังนั้น เราจึงหมั่นให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคุณครูเองที่ต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่าตัว โรงเรียนจึงจัดสวัสดิการและกิจกรรมต่างๆ ให้คุณครูและนักเรียนได้ร่วมสนุกและผ่อนคลายไปด้วยกัน ซึ่งเมื่อคุณครูมีความสุขแล้ว ก็จะส่งผลให้สิ่งที่ถ่ายทอดไปยังนักเรียนเป็นไปได้ด้วยดี

10. เน้นการประเมินผลและสื่อสาร โรงเรียนจัดให้มีทั้งแบบสอบถามออนไลน์ มีการประเมินผลความพึงพอใจ รวมถึงเปิดช่องทางต่างๆ เพื่อการเรียนรู้และนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพ พร้อมทั้งสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ

Message us